ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แรงงาน

รับค่าชดเชยไปแล้ว ยังร้องว่านายจ้างกระทำอันไม่เป็นธรรมได้ไหม ฎีกา 3110-3113/2567 ชี้ ใช้สิทธิได้ทั้งสองทาง


ค่าชดเชยกับการคุ้มครองจากการกระทำอันไม่เป็นธรรมเป็นสิทธิคนละระบบ รับค่าชดเชยแล้วยังเรียกค่าเสียหายจากการกระทำอันไม่เป็นธรรมได้ แต่ขอกลับเข้าทำงานไม่ได้

ลูกจ้างจำนวนมากถูกบอกว่า “รับค่าชดเชยไปแล้ว จบ เรียกร้องอะไรไม่ได้อีก” โดยเฉพาะในกรณีที่การเลิกจ้างมีเงื่อนงำ เช่น เกิดหลังจากลูกจ้างรวมตัวกันยื่นข้อเรียกร้อง

ฎีกาที่ 3110-3113/2567 ให้คำตอบที่ต่างออกไป

ข้อเท็จจริงของคดี


ลูกจ้างแรงงานเมียนมา 4 คนร่วมลงชื่อยื่นข้อเรียกร้องจนตกลงกับนายจ้างได้ ต่อมาระหว่างที่ข้อตกลงยังมีผลบังคับ นายจ้างไม่ต่อใบอนุญาตทำงานและเลิกจ้างทั้งสี่คน ลูกจ้างร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ขอให้รับกลับเข้าทำงานและจ่ายค่าเสียหาย แต่คณะกรรมการยกคำร้อง หลังจากนั้นลูกจ้างจึงร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน และได้รับเงินครบแล้ว จากนั้นจึงฟ้องศาลแรงงานขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการ นายจ้างต่อสู้ว่าเมื่อรับค่าชดเชยแล้วก็หมดสิทธิฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไร


ศาลฎีกาเห็นว่า กฎหมายทั้งสองฉบับกำหนดการเยียวยาแก่ลูกจ้างไว้ต่างกันและเป็นกฎหมายคนละฉบับ ลูกจ้างจึงนำเหตุเลิกจ้างเดียวกันไปยื่นทั้งสองทางได้ ไม่ถือเป็นการใช้สิทธิซ้ำซ้อน

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 7 กำหนดว่าการได้สิทธิตามกฎหมายนี้ไม่ตัดสิทธิตามกฎหมายอื่น อย่างไรก็ดี ศาลเห็นว่าการรับค่าชดเชยแสดงว่าลูกจ้างไม่ประสงค์จะกลับไปทำงานกับนายจ้างแล้ว ลูกจ้างจึงขอให้รับกลับเข้าทำงานไม่ได้อีก แต่ยังมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการกระทำอันไม่เป็นธรรมได้ เพราะเป็นคนละส่วนกัน

ศาลฎีกาจึงให้ศาลแรงงานภาค 6 พิจารณาต่อว่านายจ้างกระทำอันไม่เป็นธรรมจริงหรือไม่ มีเหตุเพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการหรือไม่ และต้องจ่ายค่าเสียหายเพียงใด คดีนี้จึงยังไม่ได้ชี้ว่านายจ้างผิด ศาลฎีกาวินิจฉัยเพียงว่าลูกจ้างยังมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหาย

ทำไมศาลจึงมองแบบนี้


ศาลให้เหตุผลว่าพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 41 (4) ให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์สั่งได้ทั้งให้รับกลับเข้าทำงาน ให้จ่ายค่าเสียหาย หรือให้ปฏิบัติอย่างอื่น หรือสั่งหลายอย่างพร้อมกัน การหมดสิทธิกลับเข้าทำงานจึงไม่ทำให้สิทธิเรียกค่าเสียหายหายไปด้วย

ข้อสังเกต: หากรับค่าชดเชยแล้วหมดทุกสิทธิ นายจ้างอาจใช้ค่าชดเชยเป็นเครื่องมือเลิกจ้างลูกจ้างที่เคลื่อนไหวได้

นำไปใช้ในชีวิตจริง


  • เก็บหลักฐานลำดับเหตุการณ์ เช่น วันที่ยื่นข้อเรียกร้อง วันที่ถูกเลิกจ้าง
  • ระวังเอกสารที่ให้ลงชื่อตอนรับเงิน อ่านให้ละเอียดว่ามีข้อความสละสิทธิหรือไม่
  • ตรวจระยะเวลาในการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ซึ่งมีกำหนดเวลาตามกฎหมาย
  • ฝั่งนายจ้าง: การจ่ายค่าชดเชยครบไม่ได้ปิดความเสี่ยงทั้งหมด ถ้าเหตุเลิกจ้างเกี่ยวกับกิจกรรมของลูกจ้าง

คำถามที่พบบ่อย


รับค่าชดเชยแล้ว ยังร้องว่านายจ้างกระทำอันไม่เป็นธรรม (เช่น เลิกจ้างเพราะยื่นข้อเรียกร้อง) ได้อีกไหม


ได้ ตามคดีนี้ การรับค่าชดเชยไม่ตัดสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ แต่ลูกจ้างยังต้องพิสูจน์ว่านายจ้างเลิกจ้างเพราะเหตุดังกล่าวจริง

รับค่าชดเชยแล้ว ยังขอกลับเข้าทำงานได้ไหม


ตามคดีนี้ ขอกลับเข้าทำงานไม่ได้แล้ว เพราะศาลถือว่าการรับค่าชดเชยแสดงว่าไม่ประสงค์จะกลับไปทำงาน แต่ยังเรียกค่าเสียหายได้ หากพิสูจน์ได้ว่านายจ้างกระทำอันไม่เป็นธรรม

หมายเหตุ: สรุปจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3110-3113/2567 (ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน)

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีของคุณ

บทความนี้ช่วยคุณได้ไหม

แชร์บทความLINEFacebook