ลูกจ้างโพสต์เฟซบุ๊กบ่นเจ้านายและบอกว่าบริษัทขาดทุน ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้ค่าชดเชย ศาลฎีกาว่าอย่างไร

บ่นนายจ้างบนโซเชียลจนคนอ่านเข้าใจว่านายจ้างเอาเปรียบลูกจ้างและกำลังขาดทุน ศาลอาจมองว่าจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย เลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชย
โซเชียลมีเดียกลายเป็นที่ระบายของคนทำงาน แต่ข้อความที่คิดว่าแค่บ่นกับเพื่อน อาจกลายเป็นเหตุให้ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าชดเชย
ฎีกาที่ 8206/2560 เป็นคดีที่ถูกยกมาพูดถึงบ่อยเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ และยังใช้ได้ดีในยุคนี้
ข้อเท็จจริงของคดี
ลูกจ้างโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กต่อว่านายจ้าง ทำนองว่าไม่ได้รับสิ่งที่ควรได้ เจ้านายทำงานด้วยยาก และกล่าวว่าบริษัทขาดทุนมาสามปี นายจ้างจึงเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยและไม่บอกกล่าวล่วงหน้า
ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไร
ศาลแรงงานเคยเห็นว่าเป็นเพียงการระบายความคับข้องใจ และให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชย 84,000 บาทกับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 17,967 บาท แต่ศาลฎีกาพิพากษาแก้ เพราะเฟซบุ๊กเป็นสื่อสาธารณะ มีบุคคลภายนอกเข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ และข้อความทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่านายจ้างกลั่นแกล้ง เอาเปรียบลูกจ้าง และกำลังมีปัญหาการเงิน ลูกจ้างซึ่งทำงานมานานย่อมรู้ว่ากระทบภาพลักษณ์ที่ลูกค้าใช้ตัดสินใจ ศาลจึงเห็นว่าเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย เข้ากรณีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (2) นายจ้างจึงเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
และยังเป็นการกระทำอันไม่สมกับการปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 นายจ้างจึงเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
ทำไมศาลจึงมองแบบนี้
ข้อมูลอย่าง “บริษัทขาดทุนมาสามปี” เมื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ อาจกระทบภาพลักษณ์การบริหารของนายจ้าง ซึ่งศาลชี้ว่ามีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการของลูกค้า ความเสียหายต่อนายจ้างจึงไม่ใช่แค่ความรู้สึก
มาตรา 583 สะท้อนหน้าที่ความซื่อสัตย์ภักดีของลูกจ้างต่อนายจ้าง ซึ่งรวมถึงการไม่ทำให้นายจ้างเสียชื่อเสียงหรือผลประโยชน์
นำไปใช้ในชีวิตจริง
- มีปัญหาในที่ทำงาน ใช้ช่องทางภายใน เช่น HR หรือคณะกรรมการสวัสดิการ
- อย่าเปิดเผยข้อมูลภายในของบริษัท โดยเฉพาะข้อมูลทางการเงิน
- จำไว้ว่าโพสต์แบบจำกัดเพื่อนก็ถูกแคปไปเผยแพร่ได้
- ฝั่งนายจ้าง: เก็บหลักฐานโพสต์ และพิจารณาความร้ายแรงของถ้อยคำอย่างรอบคอบก่อนเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย
คำถามที่พบบ่อย
บ่นเรื่องงานในเฟซบุ๊ก ถูกไล่ออกได้ทุกกรณีไหม
ไม่ทุกกรณี ศาลดูเนื้อหา เจตนา และความเสียหายต่อนายจ้าง คดีนี้ข้อความทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่านายจ้างเอาเปรียบลูกจ้างและกำลังมีปัญหาการเงิน ศาลเห็นว่ากระทบภาพลักษณ์ของนายจ้าง
ไม่ได้ระบุชื่อบริษัท จะต่างไหม
อาจต่าง ขึ้นกับว่าผู้อ่านรู้ได้หรือไม่ว่าหมายถึงบริษัทใด ควรประเมินเป็นกรณี
หมายเหตุ: สรุปจากคำพิพากษาที่เผยแพร่ทางออนไลน์ ควรตรวจสอบกับฉบับทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิงในงานทางวิชาชีพ
บทความนี้ช่วยคุณได้ไหม


