ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ผู้บริโภค

ซื้อรถใหม่ผ่อนไฟแนนซ์ เครื่องยนต์มีปัญหาซ่อมไม่หาย ฟ้องใครได้ ศาลฎีกาให้ดีลเลอร์และผู้ผลิตร่วมรับผิด


ผู้เช่าซื้อรถก็เป็นผู้บริโภค ในคดีนี้ฟ้องได้ทั้งดีลเลอร์และผู้ผลิตที่ร่วมรับประกันการซ่อม และฝ่ายผู้ประกอบธุรกิจต้องพิสูจน์ว่าซ่อมเสร็จจริง

รถใหม่ที่ควรจะขับได้สบายใจ กลับมีอาการเครื่องยนต์ผิดปกติ เข้าศูนย์ซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ไม่หาย คำตอบที่มักได้ยินคือ “ซ่อมเสร็จแล้ว” หรือ “ลูกค้าไม่ได้ซื้อกับผู้ผลิตโดยตรง”

ฎีกาที่ 4567/2561 ตอบคำถามเหล่านี้ไว้อย่างครบถ้วน และยังเป็นแนวที่ผู้ซื้อรถใหม่ควรรู้

ข้อเท็จจริงของคดี


ผู้ซื้อ ซึ่งในคดีนี้เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ซื้อรถยนต์ใหม่จากผู้จำหน่าย โดยวางเงินดาวน์และทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคาร ธนาคารจึงเป็นเจ้าของรถ ผู้จำหน่ายส่งมอบรถพร้อมสมุดรับประกัน 3 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร

ต้นปี 2554 เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ ไม่มีกำลัง ผู้จำหน่ายแก้อาการควันขาวได้ แต่อาการไม่มีกำลังไม่หาย จึงส่งให้ผู้ผลิตแก้ไข ทั้งสองรายรับรถไปซ่อมอีกครั้งในเดือนกันยายน 2554 และแจ้งให้รับรถคืนในเดือนธันวาคม 2554 แต่อาการเดิมยังอยู่ ผู้ซื้อจึงไม่รับรถคืนและฟ้องทั้งผู้จำหน่ายและผู้ผลิต ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง เพราะเห็นว่าผู้ซื้อไม่ใช่คู่สัญญาซื้อขายกับทั้งสองราย

ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไร


ศาลฎีกาเห็นว่าผู้ซื้อมีอำนาจฟ้องทั้งสองราย แม้ไม่ได้เป็นเจ้าของตามทะเบียนและไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายกับทั้งสองโดยตรง เพราะผู้จำหน่ายให้บริการรับประกันแก่ผู้ซื้อ และผู้ผลิตควบคุมการซ่อมของตัวแทนจำหน่ายอย่างใกล้ชิด จึงร่วมให้บริการรับประกันด้วย ผู้ซื้อจึงเป็นผู้บริโภคที่ได้รับความคุ้มครอง

ความชำรุดเกิดจากชิ้นส่วนหรือการประกอบที่ไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้น แม้อาการจะปรากฏภายหลังส่งมอบ และการที่ผู้จำหน่ายกับผู้ผลิตอ้างว่าซ่อมเสร็จแล้ว เป็นข้อเท็จจริงที่อยู่ในความรู้ของฝ่ายตนโดยเฉพาะ แต่หลักฐานไม่น่าเชื่อพอ ศาลจึงพิพากษากลับ ให้ร่วมกันชำระ 750,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

ทำไมศาลจึงมองแบบนี้


กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคมองความสัมพันธ์ตามความเป็นจริงของตลาด ผู้ซื้อรถส่วนใหญ่ผ่อนผ่านไฟแนนซ์ ถ้ายึดเฉพาะชื่อในทะเบียน ผู้ใช้รถตัวจริงจะเหลือทางเรียกร้องเพียงผ่านบริษัทไฟแนนซ์ แต่ศาลเห็นว่าสิทธิเรียกร้องต่อไฟแนนซ์ไม่ได้ตัดสิทธิที่จะฟ้องผู้ที่รับประกันการซ่อมโดยตรง

ภาระการพิสูจน์ตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคก็มีบทบาทสำคัญ ข้อมูลการซ่อม ชิ้นส่วนที่เปลี่ยน และผลตรวจ อยู่ในมือศูนย์บริการ เมื่อฝ่ายผู้ประกอบธุรกิจอ้างว่าซ่อมเสร็จแล้ว ข้อเท็จจริงนั้นอยู่ในความรู้ของฝ่ายตน ภาระการพิสูจน์ว่าซ่อมเสร็จจริงจึงตกอยู่กับดีลเลอร์และผู้ผลิต ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค มาตรา 29

นำไปใช้ในชีวิตจริง


  • เก็บใบรับรถ ใบสั่งซ่อม และใบส่งมอบรถทุกครั้งที่เข้าศูนย์
  • บันทึกวิดีโออาการผิดปกติพร้อมวันเวลา
  • แจ้งปัญหาเป็นลายลักษณ์อักษรถึงทั้งผู้จำหน่ายและผู้ผลิต
  • ถ้าซ่อมหลายครั้งแล้วไม่หาย ปรึกษาเรื่องการใช้สิทธิในคดีผู้บริโภค

คำถามที่พบบ่อย


ผ่อนไฟแนนซ์อยู่ ฟ้องผู้ผลิตรถได้ไหม


ได้ในบางกรณี ในคดีนี้ศาลถือว่าผู้เช่าซื้อเป็นผู้บริโภค และฟ้องผู้ผลิตได้ เพราะผู้ผลิตควบคุมมาตรฐานการซ่อมของดีลเลอร์อย่างใกล้ชิด เข้าซ่อมเองเมื่อเกินกำลังดีลเลอร์ และยอมให้ดีลเลอร์รับประกันในนามยี่ห้อ ผู้ผลิตจึงร่วมให้บริการรับประกันด้วย ถ้าข้อเท็จจริงต่างไป ผลอาจต่างกัน

ศูนย์บอกว่าซ่อมเสร็จแล้ว ต้องเชื่อไหม


ในคดีผู้บริโภค ฝ่ายผู้ประกอบธุรกิจต้องพิสูจน์ว่าแก้ไขความชำรุดได้จริง หากหลักฐานไม่น่าเชื่อ ศาลอาจถือว่ายังไม่ได้แก้ไข

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีของคุณ

บทความนี้ช่วยคุณได้ไหม

แชร์บทความLINEFacebook